ระบบเศรษฐกิจแบบเดิม ที่เป็นแบบเส้นตรง (Linear Economy) ที่อยู่บนพื้นฐานของการ “รับมา (take) ทำ (make) ใช้ (use) ทิ้ง (dispose)” ดังภาพ
ระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ หลายประเทศทั่วโลกทั้งองค์กรระหว่างประเทศ รัฐบาล และในกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ ได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับปรุงและใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศและองค์กรของตนเอง โดยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมีความสำคัญเนื่องจากระบบการผลิตและการบริโภคแบบเส้นตรง (Linear Economy) ในอดีต ก่อให้เกิดปัญหาขยะจำนวนมากและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม้ว่าเศรษฐกิจรีไซเคิล (Recycling Economy) จะช่วยลดการเกิดขยะและการใช้ทรัพยากรได้บ้าง แต่การเพิ่มขึ้นของประชากรและการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงทำให้ทรัพยากรธรรมชาติลดลงและสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม
ทั้งนี้ สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ระบุว่า การมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนจะก่อให้เกิดการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม การสร้างงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโต และเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาด้านทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน อีกทั้งยังตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) หลายด้าน เช่น การผลิตและบริโภคอย่างรับผิดชอบ (SDG 12) และ การดำเนินการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน (SDG 13) (UN Economic and Social Council, 2018) ดังภาพ
ประเทศไทยมีแนวทางการปรับใช้แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน ในองค์กร โดยเริ่มต้นจากการประเมิน “ห่วงโซ่คุณค่า” (Value Chain) ของกิจกรรมภาคธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อค้นหาจุดที่สามารถลดของเสียหรือหมุนเวียนวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยสามารถออกแบบกลยุทธ์ผ่าน 5 โมเดลธุรกิจหมุนเวียน ที่ได้รับการยอมรับ ดังภาพ
ตัวอย่างแนวปฏิบัติขององค์กรต่างประเทศและองค์กรในไทย:
ที่มา: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน). (2023). แนวทางการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในองค์กร. กรุงเทพฯ: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ การสร้างคุณค่าทางธุรกิจในระยะยาวด้วยการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน ในการผลิตผลิตภัณฑ์และการให้บริการ เศรษฐกิจหมุนเวียนประกอบด้วย หลักการสำคัญ 6 ประการ เพื่อใช้พิจารณาความสอดคล้องของวัฒนธรรมและการดำเนินกิจกรรมของชุมชน/องค์กร ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก, 2565)
ที่มา: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), 2565
แนวทางสำคัญในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นตัวแทนของกลยุทธ์ในการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดของเสียและการใช้ทรัพยากรใหม่ โดยเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการ สามารถทำได้ผ่านแนวทางต่าง ๆ ได้แก่
ที่มา: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), 2565
ผลจากการวิจัยข้างต้น คณะผู้วิจัยได้นำเสนอเป็น “บันได 5 ขั้นในการพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์แม่น้ำอย่างมีส่วนร่วม” ดังภาพ
ทั้งนี้ ผลการวิจัยทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพได้ถูกนำมาสังเคราะห์รูปแบบการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนและการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างมีส่วนร่วม โดยนำเสนอ “บันได 5 ขั้นในการพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์แม่น้ำอย่างมีส่วนร่วม” เป็นกลไกเชิงพื้นที่ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 12 การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และ SDG 6 การจัดการน้ำและสุขาภิบาล และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทั้งในมิติสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการผนวกความรู้สมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ และช่วยวางรากฐานให้เกิดการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืนในจังหวัดอ่างทอง อนึ่ง เพื่อให้เห็นภาพรวมของการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีส่วนร่วมเพื่ออนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดอ่างทองอย่างเป็นระบบ ดังนี้
แนวคิดนี้เป็นการบูรณาการทั้ง 5 รูปแบบ ช่วยสร้างระบบการจัดการทรัพยากรที่ต่อเนื่อง ครอบคลุมมิติ ได้แก่ ผู้นำชุมชน ความรู้และความตระหนัก การมีส่วนร่วม ช่องทางตลาดและมาตรฐาน และเศรษฐกิจฐานราก ดังภาพ
ความน่าสนใจจากการบูรณาการรูปแบบนี้ คือ การสร้างการรับรู้ว่าแม่น้ำคือชีวิตและการอนุรักษ์แม่น้ำให้เกิดความยั่งยืนสามารถใช้เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ไม่ได้มีเพียงในภาคอุตสาหกรรม แต่นำแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในชุมชน โดยผู้นำชุมชนมีบทบาทสำคัญ การเสริมสร้างความรู้และความตระหนักให้ผู้นำและชุมชนมีความสำคัญยิ่ง การมีส่วนร่วมผ่านประเพณี วัฒนธรรม และศาสนามีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรม โดยใช้ชุมชนเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมเชิงพื้นที่” ไม่พึ่งพิงรัฐฝ่ายเดียว โดยแต่ละองค์ประกอบข้างต้นทำงานร่วมกันในลักษณะบูรณาการ จะเกิดระบบนิเวศใหม่ที่ไม่เพียงรักษาแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ยังฟื้นฟูชีวิตชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานราก และส่งต่อความยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น